top of page

Wild honey : คน ผึ้ง ป่า

Wild honey : คน ผึ้ง ป่า

  • Writer: Chalit Saphaphak
    Chalit Saphaphak
  • Apr 7, 2021
  • 1 min read

Updated: Aug 19, 2021

คนกับผึ้งช่วยกันสร้างความยั่งยืนให้ผืนป่า

ปรากฏการณ์ "การล่มสลายของผึ้ง" ในยุโรปและอเมริกาเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เพราะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคเกษตรกรรม ผึ้งมีบทบาทสำคัญในการผสมเกสรของพืชผลทางการเกษตร โดยสาเหตุมีด้วยกันหลายอย่างทั้งการถูกทำลายที่อยู่อาศัย สารเคมี ปรสิต และสภาพภูมิอากาศแปรปวน อย่างไรก็แล้วแต่ นั่นเป็นปัญหาที่จะกระทบต่อการผลิตอาหารของมนุษย์เราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หมู่บ้านชาวปกาเกอะญอแห่งหนึ่งในอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างคนกับผึ้งป่าที่ช่วยกันสร้างป่าให้อุดมสมบูรณ์ ให้ความมั่นคงทางอาหาร รักษาสมดุลของระบบนิเวศ รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับชุมชน

บ้านห้วยหินลาดในตั้งอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ของอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งต้นน้ำแม่ลาว มีประชากรร้อยกว่าคน หมู่บ้านซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาล้อมรอบด้วยป่าเขียวขจี แม้ในฤดูร้อนก็ยังเย็นสบาย แต่สถานที่ที่งดงามเช่นนี้ก็ผ่านสถานการณ์เลวร้ายมามากมาย


ช่วงปี พ.ศ. 2529-2531 รัฐบาลให้สัมปทานป่าไม้ ป่าไม้ถูกทำลายอย่างหนัก สัตว์ป่าสูญสิ้นไปจากป่า ทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้ในปี พ.ศ. 2532 รัฐจะประกาศยกเลิกสัมปทานและปิดป่า ชาวบ้านก็ยังต้องมาต่อสู้กับการจัดการลุ่มน้ำของรัฐอีก โดยให้ย้ายคนออกจากพื้นที่ต้นน้ำ ทำให้ชาวบ้านกลายเป็นผู้บุกรุกไปโดยปริยาย แต่กระนั้นพวกเขายังคงต่อสู้และทำทุกวิถีทางให้ทุกคนรู้ว่าวิถีการอยู่ร่วมกับป่าของพวกเขานั้นไม่ใช่การทำลายป่า

ผมเดินลัดเลาะไปตามไหล่เขา มันถนนที่ใช้ขนไม้ในอดีต มองไกลออกไปคือภาพของภูเขาสลับซับซ้อน และผืนป่าเขียวขจีทอดยาวไกลสุดสายตา บนทางเดินแคบๆชายรูปร่างสูงโปร่งข้างหน้าผมคือพ่อหลวงชัยประเสริฐ โพคะ ผู้นำชุมชนปกาเกอะญอบ้านห้วยหินลาดใน เราเดินผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ ผมสังเกตเห็นต้นหนึ่งที่ใหญ่กว่าต้นอื่น "ต้นนี้ชาวบ้านขอไว้ไม่ให้ตัด" พ่อหลวงเล่าให้เราฟังถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา


พ้นจากป่าทึบเราก็มาถึง "ไร่เหล่า" หรือไร่ซากที่ทิ้งไว้จากการทำข้าวไร่ ซึ่งเป็นการทำเกษตรที่เรียกว่า "ไร่หมุนเวียน" (Rotational Farming) แตกต่างจากไร่เลื่อนลอยอย่างที่หลายคนรับรู้มา ไร่หมุนเวียนเป็นการทำเกษตรแบบโบราณที่ปราศจากสารเคมีและการพลิกหน้าดิน

ชาวบ้านใช้ต้นค้อมาทำรังผึ้ง

ผึ้งโพรง..คนสร้างรัง ผึ้งสร้างอาหาร

ดอกสาบเสือกำลังร่วงโรย ใบหนาดเขียวขจี ไร่ข้าวเมื่อปีที่แล้วถูกห่มด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ตอไม้ที่ถูกเผาจนดำสนิทเมื่อปีที่แล้วบัดนี้แตกกิ่งก้านสูงท่วมหัว กองฟางผุกร่อนกำลังย่อยสลายเป็นปุ๋ยอย่างดี ต้นมะเขือ พริก ตะไคร้ และผักอื่นๆกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ กระท่อมไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยใบค้อหลังเดิมที่ผมเคยจิบชาร้อนนั่งดูฝนเมื่อปีก่อนเก่าโทรมลงไป ในนั้นมีรังผึ้งที่พ่อหลวงเอามาตั้งไว้ รังผึ้งทำด้วยไม้ประกอบขึ้นเป็นกล่องสี่เหลี่ยมบ้าง หรือนำท่อนไม้มาเจาะให้เป็นโพรงบ้างแล้วปิดฝาหัวท้าย เจาะรูเล็กๆให้ผึ้งเข้าออกได้ ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมผึ้งจะสะสมน้ำหวานไว้เต็มรังไม้ และตัวอ่อนผึ้งก็ฟักเป็นตัวเกือบหมดแล้ว ชาวบ้านจะเก็บน้ำผึ้งในช่วงนี้ที่เรียกกันว่า "น้ำผึ้งเดือนห้า" นั่นเอง

มีข้อสังเกตว่ารังผึ้งที่ตั้งไว้ในไร่ซากที่ทิ้งไว้พักดินหลังจากเก็บเกี่ยว 1-2 ปีจะให้น้ำผึ้งในปริมาณที่มาก เนื่องจากมีไม้ล้มลุกและวัชพืชที่มีดอกขึ้นอยู่มาก ก่อนที่ไม้ใหญ่จะเติบโต

ในไร่หมุนเวียนที่ทิ้งไว้หนึ่งถึงสองปีจะเต็มไปด้วยพืชผักและวัชพืชที่มีดอกหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นแหล่งหาอาหารของผึ้ง พืชพรรณเหล่านี้ปราศจากสารเคมีทั้งยาฆ่าหญ้าและยาฆ่าแมลงจึงไม่เป็นอันตรายต่อผึ้ง ทำให้ชาวบ้านได้น้ำผึ้งที่บริสุทธิ์


พ่อหลวงจัดแจ้งใส่ชุดป้องกันผึ้งที่ทำขึ้นเอง หมวกสานขึ้นด้วยหวาย เย็บด้วยผ้าหนาและผ้ามุ้ง ใส่ถุงมือยางแล้วค่อยๆใช้ขวานหัวค้อนงัดตะปูออก ผึ้งแตกรังบินหึ่งไปทั่วกระท่อมแต่ไม่ต่อยเรา พ่อหลวงจึงถอดหมวกออก ส่วนผมยืนดูอยู่ห่างๆ ก่อนได้รับสัญญาณจากพ่อหลวงว่า "ผึ้งรังนี้ไม่ดุ" ให้เข้าไปใกล้ๆได้ กลิ่นน้ำผึ้งหอมฟุ้ง พ่อหลวงค่อยๆบรรจงใช้มีดปาดรังผึ้งออกจากกล่องไม้ทีละแผ่นแล้วตัดเอาไปแต่น้ำหัว ทิ้งรังไว้ให้ตัวอ่อนฟักออกจากรัง ราวครึ่งชั่วโมงพอหลวงก็เก็บน้ำผึ้งเสร็จโดยทิ้งน้ำผึ้งไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้ผึ้งได้ใช้เลี้ยงตัวอ่อนและสร้างรังใหม่ต่อไป


น้ำผึ้งแต่ละรังมีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันไป ครั้งหนึ่งผมเคยได้กลิ่นหอมคล้ายใบเตย ยังสงสัยกันอยู่ว่าดอกไม้อะไรกลิ่นเหมือนใบเตย หรือแม้แต่น้ำผึ้งกลิ่นเหมือนยางรองเท้านันยางก็เคยเจอ บางรังรสอมเปรี้ยว บางรังขมก็มี เสน่ห์ของน้ำผึ้งป่าคงอยู่ตรงที่รสชาติและกลิ่นหลากหลายไปตามดอกไม้ที่ผึ้งไปหาน้ำหวานมา


ผึ้งหลวง พญาผึ้งบนเรือนยอด

ป่าวนเกษตรคือป่าที่ชาวบ้านใช้เป็นแหล่งอาหารและผลผลิตอื่นของหมู่บ้าน ในป่าวนเกษตรนี้มีผลผลิตต่างๆให้เก็บตลอดทั้งปีตามฤดูกาล ป่าส่วนนี้จะไม่ถูกตัดถางแม้แต่น้อย ผมเดินลัดเลาะไปตามไหล่เขาแล้วดิ่งลงหุบสองข้างทางมีต้นไม้หนาแน่น ทั้งไม้ใหญ่สูงจนต้องแหงนคอตั้งบ่าและไม้ขนาดกลาง ใต้ต้นไม้เหล่านั้นมีต้นชาขึ้นแซมอยู่ทั่วไป

พรานผึ้งตอกทอยไม้ไผ่ขึ้นไปบนยอดไม้สูงราวสามสิบเมตรเพื่อเก็บน้ำผึ้งหลวง

ผมเดินตามพี่สุภวงศ์ ปะปะ หรือพี่วงศ์ไปจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่สูงราวสามสิบเมตร บนนั้นมีผึ้งหลวงรังใหญ่เกาะอยู่บนเรือนยอด พี่วงศ์เป็นพรานผึ้งหลวงหนึ่งในสามคนของหมู่บ้าน เนื่องจากผึ้งหลวงมักทำรังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่สูงชัน บางต้นสูงร่วมสี่สิบเมตร และผึ้งหลวงดุกว่าผึ้งโพรง จึงมีไม่กี่คนที่สามารถขึ้นไปเอาน้ำหวานของผึ้งหลวงได้ คนที่ขึ้นผึ้งหลวงได้ต้องแข็งแรงและมีความชำนาญ อุปกรณ์ป้องกันต้องมิดชิด การตอก"ทอยไม้ไผ่" ขึ้นไปใช้พละกำลังมาก เมื่อโดนผึ้งโจมตีก็ต้องหาทางป้องกันให้ได้


ทอยไม้ไผ่ถูกตอกลงบนต้นไม้ใหญ่ดังสนั่นป่าทีละอันทีละก้าวร่วมสองชั่วโมง พี่วงศ์ก็ลงมาใส่ชุดป้องกันผึ้ง ก่อนจะปีนทอยกลับขึ้นไปพร้อมกับปีบและเถาวัลย์รางจืดที่จุดไฟเพื่อให้เกิดควัน ที่ต้องใช้รางจืดเพราะเมื่อสะเก็ดไฟหล่นลงมามันจะดับตั้งแต่กลางอากาศ ไม่หล่นลงมาถึงพื้นด้านล่างที่มีใบไม้แห้งทับถมอยู่ซึ่งจะทำให้ไฟไหม้ป่าได้ เมื่อขึ้นไปถึงรังผึ้งแล้ว พรานผึ้งจะใช้มีดปาดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำหวานเท่านั้นแล้วปล่อยรังผึ้งไว้ให้ตัวอ่อนฟักเพื่อขยายพันธุ์แล้วสร้างน้ำหวานขึ้นใหม่ โดยผึ้งหลวงส่วนใหญ่จะกินดอกไม้ยืนต้นที่อยู่สูง น้ำหวานของผึ้งหลวงหนึ่งรังจะอยู่ที่ราวๆ 10-15 กิโลกรัม พรานจะเอาน้ำหวานใส่ปีบแล้วค่อยๆหย่อนลงมาให้ผู้ช่วยที่รออยู่ด้านล่างคอยรับ

พรานผึ้งเตรียมชุดเพื่อขึ้นไปเก็บน้ำผึ้ง ชุดที่ใส่ต้องหนาพอที่ผึ้งจะต่อยไม่ถึงผิว
ผึ้งรุมต่อยพรานผึ้ง การเก็บน้ำผึ้งหลวงบางครั้งก็ไม่สำเร็จ เป็นงานยากที่ต้องอาศัยประสบการณ์

ผมกระหืดกระหอบอยู่บนเนินสูงที่ไม่รู้ทิศทางหลังจากวิ่งหนีผึ้งสี่ห้าตัวที่ไล่ตามมาจากรังสูงบนต้นไม้ในป่าวนเกษตร เมื่อคิดว่าปลอดภัยดีแล้วผมค่อยๆถอดหมวกปีกที่มีมุ้งคลุมอีกชั้นออก ถอดเสื้อคลุมออกมาแล้วค่อยๆถอนเหล็กในที่ผึ้งหลวงฝากไว้สี่ห้าอันออกจากเสื้อและหมวก นั่นก็ตื่นเต้นมากแล้ว แต่พอมาเห็นเหล็กในที่ฝังอยู่บนชุดของพรานที่ขึ้นไปเอาน้ำหวานผึ้งหลวงรังนั้น ที่ติดอยู่กับเสื้อผมก็ดูเล็กน้อยไปเลย เหล็กในนับร้อยอันปักเต็มชุดของพรานไปหมด



คน ผึ้ง ป่า

รู้กันดีว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ บางคนเกิดมาใช้ที่ทำกินแค่หน้าจอสี่เหลี่ยมกับห้องเล็กๆ บางคนมีที่ทางเป็นร้อยเป็นพันไร่ บางคนเกิดมาในป่าบนภูเขาเช่นเดียวกันกับชาวปกาเกอะญอ ทุกคนล้วนต้องการที่ทำกินทั้งนั้น ชาวปกาเกอะญอมีที่ทำกินอยู่ในป่า บนภูเขา สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษอย่างน้อยก็หลักร้อยปี ใช้ชีวิตกินอยู่อย่างยั่งยืน เพราะป่าคือบ้าน ป่าคือชีวิต พวกเขาจึงรักป่าดูแลป่า คนที่อยู่ในป่าเขาจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อได้ทำงานในป่า เช่นเดียวกันกับผึ้งป่า พวกมันอยู่มาเนิ่นนานในป่า พวกมันต้องการแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย เมื่อผึ้งไม่ถูกคุกคามจากสารเคมี ไม่ถูกรุกรานที่อยู่อาศัย มันก็จะให้น้ำหวานที่บริสุทธิ์รวมทั้งยังทำหน้าที่สำคัญคือผสมเกสรสร้างความหลากหลายและแข็งแรงให้พืชพรรณ สร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและมนุษย์อย่างเราได้ใช้ประโยชน์

น้ำผึ้งหินลาดในถือเป็นน้ำผึ้งธรรมชาติที่ดีแห่งหนึ่ง ชาวบ้านที่นี่เก็บน้ำผึ้งไว้ใช้บริโภคในครัวเรือนทั้งปรุงอาหารและผสมกับสมุนไพรทำยารักษาโรค ส่วนที่เหลือนำออกจำหน่าย ทำการตลาดโดยกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ของชุมชน ขณะเดียวกันเยาวชนที่นี่จะได้เรียนรู้วิธีการต่างๆของการเลี้ยงผึ้งแบบธรรมชาตินี้สืบต่อไปด้วย รายได้จากการขายน้ำผึ้งของชาวบ้านจะแบ่งปันส่วนหนึ่งเข้ากองทุนเพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนของชุมชน น้ำผึ้งหินลาดในกระจายไปทั่วกรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆ ในครัวของเชฟชื่อดังหลายที่มีน้ำผึ้งหินลาดในใช้เติมความหวานของอาหาร

ครั้งหนึ่งมีคนมาสั่งน้ำผึ้งห้วยหินลาดในจำนวนมาก แต่คำตอบจากพ่อหลวงคือ "ธรรมชาติให้มาแค่นี้" เป็นถ้อยคำที่ผมจดจำได้ดี มันชัดเจนเหลือเกินที่จะกล่าวถึงความยั่งยืนในวิถีของปกาเกอะญอ มันบ่งบอกถึงความเคารพต่อธรรมชาติอย่างที่สุด ถ้ามันตอบโจทย์ธุรกิจแต่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติพวกเขาก็ไม่เอาด้วยเหมือนกัน

ทุกวันที่ผมอยู่ในหมู่บ้านเป็นเวลาร่วมสัปดาห์มีแขกมาเยี่ยมเยือนบ้านห้วยหินลาดในไม่เว้นแต่ละวัน กระทั่งบางครั้งเวลาที่ชาวบ้านได้รางวัลยังมีหน่วยงานราชการที่ดูแลพื้นที่มาขอถ่ายภาพโล่รางวัล เป็นความสำเร็จของชุมชนที่ไม่ต้องอวดอ้างใดๆแม้จะมีรางวัลมากมายการันตีก็ไม่สำคัญเท่าความมั่นคงในวิถี ความเคารพในธรรมชาติ และความบริสุทธิ์ของหัวจิตหัวใจคนรักป่า ที่นี่จึงมีเสน่ห์ดึงดูดให้หลายคนอยากไปดูด้วยตาตัวเอง มีนักศึกษาทั้งไทยและต่างชาติมาดูมาศึกษาวิถีชีวิตมากมาย เป็นคุณค่าที่หลายคนบอกว่าคู่ควรแก่การเก็บรักษา ซึ่งองค์ความรู้ต่างๆของวิธีการเลี้ยงผึ้งในป่ายังถูกถ่ายทอดส่งต่อไปอีกหลายหมู่บ้านด้วย

การเลี้ยงผึ้งป่ายังถูกถ่ายทอดไปยังหมู่บ้านปกาเกอะญอที่อื่นๆ เช่นเดียวกับหมู่บ้านแม่เหยาะคี อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่นี้ด้วย

เรื่องราวของน้ำผึ้งที่บ้านห้วยหินลาดในมักพาให้ผมย้อนเวลากลับไปช่วงเดือนเมษายน ปี 2557 บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ถูกควบคุมตัวจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพร้อมน้ำผึ้งป่าจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นก็หายตัวไปไม่กลับมาอีกเลย จนมาสู่การต่อสู้ของชาวกะเหรี่ยงบางกลอย ที่ยืดเยื้อยาวนานจนถึงทุกวันนี้ มันเป็นเรื่องราวที่ขมขื่นของชะตาชีวิตและวิถีของชาวกะเหรี่ยงที่ถูกกดขี่มายาวนานและไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ ซึ่งส่งผลกระทบกับผู้คนทุกชาติพันธุ์ที่อาศัยทำกินในป่ามาตั้งแต่บรรพบุรุษ


เราควรยอมรับได้แล้วว่าคนเมืองอย่างเราใช้ทรัพยากรไปอย่างฟุ่มเฟือยและไม่เคยคิดรักษาป่าที่เคยมีอยู่ได้ เราต้องยกย่องกะเหรี่ยงที่ยังคงรักษาป่าไว้ได้ รู้จักใช้ทรัพยากรให้ยั่งยืนมาได้จนถึงทุกวันนี้ และปล่อยให้พวกเขาได้จัดการป่าไม้ด้วยองค์ความรู้ของเขา เราควรหนุนเสริมหรือเชื่อมโยงกับพวกเขาแทนที่จะยัดเยียดให้พวกเขาเป็นผู้ร้าย อย่าให้น้ำผึ้งมันขมเหมือนที่บางกลอย น้ำผึ้งมันควรหอมหวานเหมือนที่ห้วยหินลาดในมากกว่า

เรื่องและภาพ ชลิต สภาภกดิ์


Comments


© 2020 by The Countryman , Thailand.

bottom of page