top of page

Wild honey : คน ผึ้ง ป่า

Urban Invasion

  • Writer: The Countryman
    The Countryman
  • Nov 26, 2020
  • 2 min read

Updated: Nov 28, 2020

เมืองล้อมป่า


"ทั่วทุกหนแห่ง สรรพชีวิตกำลังถูกรุกไล่บีบคั้นให้ประนีประนอมและสยบต่อความต้องการของมนุษย์"

เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ถนนมิตรภาพ" คลาคลํ่าไปด้วยรถยนต์ทะเบียนเมืองกรุงมุ่งหน้าสู่พื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นผืนป่าอันตรายที่สุด อุดมไปด้วยสัตว์ป่าดุร้ายและอาถรรพณ์นานา ทว่าเมื่อเวลาผันผ่านเรื่องเล่าเหล่านั้นคงเหลือเพียงความทรงจำของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนใกล้เคียง วันนี้ป่าดิบที่เคยเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่กลับเรียงรายไปด้วยบิลบอร์ดโฆษณารีสอร์ตหรู ป้ายเชิญชวนไปงานคอนเสิร์ตที่ว่ากันว่าใหญ่ระดับประเทศ ไปจนถึงคัตเอาต์ลดราคาสินค้าจากศูนย์การค้าชื่อไม่คุ้นหูและรูปทรงแปลกตาราวกับอยู่ต่างประเทศ

ถนนมิตรภาพตัดผ่านผืนป่าดงพญาไฟ

หากย้อนเวลากลับไปสัก 20-30 ปี คงไม่มีใครเชื่อว่าที่นี่คือผืนป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น ด้วยระยะทางราว 200 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ไม่ถึงสามชั่วโมง กอปรกับป่าไม้ ที่ยังอุดมสมบูรณ์จนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีพ.ศ. 2548 คือแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้รอบผืนป่าเขาใหญ่ในวันนี้เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคพื้นฐานครบครันเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ทั้งรีสอร์ต บ้านพัก ภัตตาคาร และแม้กระทั่คอนโดมิเนียม ผุดขึ้นโอบล้อมผืนป่าราวกับไข่ขาวล้อมไข่แดง

พื้นที่เกษตรกรรมแปรเปลี่ยนเป็นแหล่งธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์

ในแง่หนึ่งการพัฒนาอาจหมายถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลและเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนรอบพื้นที่ป่าเป็นผลให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ และกระจายโอกาส การพัฒนาสู่ท้องถิ่น ช่วยลดการอพยพของแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่ ทว่าในอีกแง่หนึ่งกลับเป็นการชักนำ "ความเป็นเมือง" ทั้งในแง่วัตถุ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมเข้ามาอย่างรวดเร็วโดยขาดการวางแผนหรือเติบโตอย่างไร้ทิศทาง นี่คือต้นเหตุของผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อพื้นที่เปราะบางอย่างผืนป่าซึ่งถือเป็น "ต้นนํ้า" ของทรัพยากรนานาชนิด

ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการประเมินว่าพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยในปีพ.ศ. 2556 ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 31.57 ของพื้นที่ประเทศ (คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 100 ล้านไร่) เทียบกับการเก็บข้อมูลครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2516 ซึ่งมีอยู่ร้อยละ 43.21 ของพื้นที่ทั้งหมด ผมกับช่างภาพเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ราวกลางเดือนธันวาคมท่ามกลางคลื่นนักท่องเที่ยวที่พากันยึดพื้นที่ในลานกางเต็นท์จนแน่นขนัดราวกับรังมด รถยนต์ที่ติดเป็นแถวยาวแข่งกันพ่นไอเสีย บรรยากาศ รอบตัวจ้อกแจ้กจอแจไปด้วยเสียงผู้คนและเสียงเครื่องยนต์อึงอล ถ้าหลับตาเราอาจเผลอคิดไปว่าอยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้ๆกันนั้นคือกองขยะที่ล้นทะลักออกมาจากถัง

ยวดยานพาหนะคลาคล่ำในช่วงวันหยุด

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดหมายทางธรรมชาติยอดนิยมอันดับต้นๆของไทย ตัวเลขจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรายงานว่า ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่ไม่ตํ่ากว่าหนึ่งล้านคน แรงดึงดูดสำคัญนอกเหนือจากทำเลที่ตั้งซึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวง อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายตลอดทั้งปีแล้ว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังมีโอกาสพบเห็นสัตว์ป่านานาชนิดอย่างใกล้ชิด ทั้งเก้ง กวาง ช้าง และนกเงือก ราวกับอยู่ในสวนสัตว์เปิด ทว่านั่นกลับไม่ใช่ข่าวดีของฝ่ายหลัง (สัตว์ป่า) เลย

พระสงฆ์มาจำวัดกันที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในช่วงวันขึ้นปีใหม่ เพื่อจะมาบิณฑบาตรในตอนเช้าที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
พื้นที่สำรองสำหรับพักแรมในช่วงวันหยุดยาวของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

หลายครั้งเราพบว่ากวางป่าซึ่งปกติอาศัยอยู่ตามชายป่าและค่อนข้างหวาดกลัวมนุษย์กลับออกมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในลานจอดรถเพื่อคุ้ยหาอาหารจากกองขยะ นักท่องเที่ยวที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ยื่นข้าวโพดให้พวกมันกิน บางครั้งเป็นขนมกรุบกรอบที่พวกเขาพกพามาเป็นกับแกล้ม สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงเป็นของแปลกปลอมผิดธรรมชาติของกวาง แต่ยังเสี่ยงต่อการทำให้พวกมันสูญเสียสัญชาตญาณของสัตว์ป่า บางคนถึงกับเปรียบเปรยว่าพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้สัตว์ป่ากลายสภาพเป็น"ขอทาน"และบิดเบือนความ สัมพันธ์ในห่วงโซ่อาหาร กวางเหล่านี้จะไม่หาอาหารในป่าอีกต่อไปเมื่อรู้ว่าอาหารจากมือมนุษย์นั้นหาได้ง่ายกว่า ผลที่ตามมาคือสัตว์ผู้ล่าในระดับสูงกว่าอย่างเสือหรือหมาในที่ล่ากวางเป็นอาหารจะสูญเสียแหล่งอาหารในธรรมชาติ นอกจากนี้กวางป่ายังอาจสูญเสียพฤติกรรมระแวดระวังภัยและไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เองตามธรรมชาติโดยปราศจากอาหารที่มนุษย์หยิบยื่นให้ ผลกระทบเลวร้ายที่สุดคือสิ่งแปลกปลอมที่ติดมากับอาหารจากมนุษย์อาจหมายถึงอันตรายร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึง เช่นข่าวคราวเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับกวางป่าที่ตายลงอย่างเป็นปริศนาและผลจากการชันสูตรพบว่าในกระเพาะอาหารเต็มไปด้วยถุงพลาสติก

การดำรงอยู่ร่วมกันระหว่างนักท่องเที่ยวกับสัตว์ป่าเป็นภาพที่พบเห็นได้จนชินตาเหมือนเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับภาพผู้คนบนถนนในอุทยานที่พากันจอดรถถ่ายภาพช้างป่าออกหากินราวกับว่านั่นเป็นช้างที่พวกเขาสามารถเดินเข้าไปลอดท้องเพื่อสะเดาะเคราะห์หรือซื้ออ้อยเป็นรางวัลยื่นให้พวกมันกับมืออย่างที่พวกเขาคุ้นเคยในเมือง ช้างป่าเป็นสัตว์รักสงบและต้องการอาณาเขตกว้างขวางในการดำรงชีวิต ร่างกายที่ใหญ่โตของมันต้องการอาหารถึงวันละประมาณ 250 กิโลกรัม ดื่มนํ้าวันละ 100 ลิตร และใช้เวลากับการกินมากถึงวันละ 16 ชั่วโมง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีช้างป่าอยู่ราว 350-400 ตัว ด้วย จำนวนช้างที่เพิ่มขึ้นและพื้นที่ป่ามีจำกัดส่งผลให้เกิดการแย่งพื้นที่หาอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้งที่แหล่งนํ้าตามธรรมชาติในป่าลึกแห้งขอดลง ช้างป่ามักออกมาหาแหล่งนํ้าที่ทางอุทยานขุดขึ้นเพื่อสำรองไว้ใช้ ดังนั้นในฤดูแล้งเราจึงสามารถพบเห็นช้างป่าออกมาเดินบนถนนได้บ่อยขึ้นมากกว่าปกติ การเผชิญหน้าระหว่างนักท่องเที่ยวกับช้างป่าซึ่งมักลงเอยด้วยการถ่ายภาพหรือสาดแสงไฟส่องในยามวิกาลเป็นสาเหตุให้ช้างป่าเกิดความเครียดและอาจทำร้ายนักท่องเที่ยวได้ ครั้งหนึ่งอุทยานถึงกับต้องประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่ขับรถสีบรอนซ์เงินให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษจากช้างหนุ่ม 3 ตัวที่มักป้วนเปี้ยนดักทำลายทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวบนถนนขึ้นสู่อุทยานทางฝั่งปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ประเมินว่าอาจเกิดจากช้างเหล่านี้ถูกนักท่องเที่ยวแกล้งก่อน เจ้าหน้าที่อุทยานคนหนึ่งยอมรับว่า "เราทำได้แค่ตักเตือนนักท่องเที่ยวครับแต่ก็ยังมี ให้เห็นประจำ โดยเฉพาะพวกที่ชอบถ่ายรูปแล้วเปิดแฟลชโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าอันตรายขนาดไหน"

เจ้าหน้าที่พยายามผลักดันช้างป่าตัวนี้ให้กลับเข้าป่า หลังจากมันพยายามเข้าไปในลานกางเต้นท์ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากพักแรมอยู่

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยภาครัฐมีส่วนอย่างมากต่อการสูญเสียพื้นที่ป่า โดยเฉพาะกิจกรรมทางชลประทานที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้นํ้าในภาคการเกษตร ขณะที่ภาคการเกษตรเติบโตขึ้นตามความต้องการบริโภคในเมืองใหญ่ ความเกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่ง่ายๆนี้คือต้นตอของการสูญเสียพื้นที่ป่าอันดับหนึ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยของ รศ. ดร. ขวัญชัย ดวงสถาพร อาจารย์ประจำภาควิชาการจัดการป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า กิจกรรมทางชลประทานก่อให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้มากถึง 2,180,692 ไร่ หรือใหญ่กว่าสองเท่าของพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะที่การตัดถนนมาเป็นลำดับสองโดยทำให้เกิดการสูญเสียพื้นที่ป่า 778,388 ไร่ แม้ความพยายามฟื้นฟูโดยการปลูกป่าทดแทนจะเป็นการแก้ปัญหาที่น่าจะตรงจุดหรือใกล้เคียงที่สุด แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงทีเนื่องจากต้นไม้ต้องใช้เวลาเติบโตยาวนาน ไม้ใหญ่บางชนิดใช้เวลาไม่ตํ่ากว่า 60 ปี ในการเจริญเติบโตกระทั่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 100 เซนติเมตร ขณะที่ต้นไม้ในวงศ์ยางนา (Dipterocarpaceae) ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่นกเงือก สัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ใช้เป็นแหล่งทำรังตามธรรมชาติ ต้องอาศัยระยะเวลาเป็นร้อยปีในการเจริญเติบโตจนมีขนาดเหมาะสมกับการสร้างรังของนกเงือก เนื่องจากนกเงือกเป็นนกที่มีขนาดใหญ่มาก ต้นไม้ที่พวกมันเลือกใช้ทำรังจึงต้องมีโพรงที่ใหญ่มากตามไปด้วย จนเป็นที่มาของคำพูดติดปากบรรดานักอนุรักษ์ว่า "เราใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีในการทำลายสิ่งที่ธรรมชาติใช้เวลานับร้อยๆปีในการสร้างสรรค์ขึ้นมา" ขณะที่การตัดถนนเป็นต้นตอของปัญหาอีกหลายประการ ถนนชักนำการพัฒนาและเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเมืองนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2500 เป็นต้นมา ครั้นเมืองขยายตัวตามการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของประชากร ถนนก็ก่อให้เกิดการรุกลํ้าเข้าไปยังพื้นที่ป่าในสายตาของนักอนุรักษ์ถนนยังเป็นเส้นทางมรณะ (killer road) ของบรรดาสัตว์ป่าที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ บ่ายวันหนึ่งหลังเสร็จจากภารกิจตระเวนถ่ายภาพบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เราเดินทางกลับบนเส้นทางถนน ธนะรัชต์ซึ่งตั้งชื่อตามนามสกุลของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้ประกาศให้เขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทย เราพบกับภาพลูกลิงกังนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน ในสภาพที่ไม่ว่าใครผ่านมาพบเห็นก็คงอยากเบือนหน้าหนี ผมเคยประสบเหตุคล้ายๆกันนี้ย้อนหลังไปราวปีพ.ศ. 2550 เมื่อรถกระบะคันหนึ่งชนกวางป่าบนถนนสายเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่บอกผมสั้นๆว่าเป็นอุบัติเหตุและเวลาต่อมาซากกวางตัวนั้นก็ถูกนำไปเป็นอาหารให้สัตว์ป่าตัวอื่นๆต่อไป

ไกด์เอากล้วยล่อลิงเพื่อให้เข้ามาใกล้นักท่องเที่ยว

ผมและช่างภาพลงพื้นที่ผืนป่าตะวันออกอีกครั้ง คราวนี้เรามาที่อำเภอวังนํ้าเขียว พื้นที่ที่ได้รับฉายาว่า "สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย" ที่นี่อากาศเย็นสบายเกือบตลอดทั้งปี บวกกับทัศนียภาพเนินเขาสลับซับซ้อน วังนํ้าเขียวยังได้รับการโปรโมตและโหมโฆษณาให้เป็นแหล่งโอโซนติดอันดับโลก จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว "อินเทรนด์" ทั้งเชิงนิเวศและเชิงสุขภาพในเวลาอันรวดเร็ว แต่เดิมพื้นที่แถบนี้ถูกจัดให้เป็นป่าเสื่อมโทรมราวร้อยละ 55 และยกให้อยู่ในความดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เพื่อให้เป็นพื้นที่ทำกินโดยการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเป็นถิ่นฐานของผู้คนที่อพยพมาตั้งรกรากใหม่ ส่วนพื้นที่อีกประมาณร้อยละ 45 เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ในจำนวนนี้กินพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานทุกวันนี้ พื้นที่ส่วนหนึ่งของวังนํ้าเขียวอยู่ในมือของนักธุรกิจที่เห็นช่องทางทำเงิน ผู้แปรแปลงเกษตรเป็นรีสอร์ตและหลายแห่งบุกรุกเข้าไปยังพื้นที่ป่า หลายฝ่ายประเมินว่าอาจมีรีสอร์ตที่บุกรุกป่ามากถึง 140 แห่ง ทว่าผู้ประกอบการบางรายกลับอ้างว่าพวกเขาเป็นผู้พลิกฟื้นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาเช่นที่เห็นในปัจจุบันต่างหาก ขณะที่การจัดการกับรีสอร์ตที่รุกป่ามีทั้งเด็ดขาดช่วงหนึ่งและเงียบไปกับสายลมอีกช่วงหนึ่ง แม้จะมีการกันพื้นที่กันชน (buffer zone) ระหว่างป่าและพื้นที่เกษตร แต่ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นกิจกรรมการเกษตรในพื้นที่ซึ่งมักเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และยางพารา มีส่วน ในการรุกเข้าไปยังพื้นที่ป่า ถ้ามองในระดับท้องถิ่น การขยายตัวของหมู่บ้านและประชากรในเขตอำเภอวังนํ้าเขียวตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะขยายไป ประชิดพื้นที่ป่าเดิม และหากมองในระดับโลกการที่ประชากรเพิ่มขึ้นย่อมเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการเพิ่ม ผลผลิตแลกกับการแผ้วถางพื้นที่ป่า ทั้งๆที่ป่าควรจะเป็น "ธนาคารอาหาร" ให้ผู้คนได้อย่างยั่งยืนมากกว่า


พี่น้อย เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ทำกินติดแนวเขตอนุรักษ์ในอำเภอ วังนํ้าเขียว ระบายความในใจว่า "บางทีเราก็อดน้อยใจ ไม่ได้เวลามีคนมาบอกว่า เรามาแย่งที่สัตว์ มาเอาบ้านสัตว์ ไปเป็นบ้านของตัวเอง" ผมถามต่อว่า แล้วข้อกล่าวหาที่ว่ามาเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน "มันก็ใช่ ที่ไหนๆก็เคยเป็นป่าทั้งนั้นแหละ จะบ้านคุณหรือบ้านผมก็ใช่ทั้งนั้น แต่ของผมอยู่ใกล้ป่าไงเลยไม่รู้ จะทำยังไง ทำกันมาแบบนี้ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ มารุ่นผมก็ต้องทำต่อไป เราไม่มีทางเลือก ที่ดิน ส.ป.ก. ทำอย่าง อื่นไม่ได้ อีกอย่างนี่ก็บ้านเรา บ้านใครใครบ้างไม่รัก" พี่น้อยตอบผมด้วยสีหน้าจริงจัง ทุกวันนี้พี่น้อยประสบปัญหาฝูงกระทิงลงมากินผลผลิตในไร่ เขาแก้ปัญหาด้วยการจุดประทัดให้เกิดเสียงดัง เพื่อ ให้กระทิงตกใจและกลับเข้าป่าไป แม้ว่าเสียงจะดังคล้ายปืนแต่ในเมื่อไม่คร่าชีวิตจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทว่าเบื้องหลังความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับสัตว์ป่าผมพบว่าบางครั้งฝ่ายหลังกลับต้องรับบทบาท "ดาราจำเป็น" ภายใต้การกำกับของนักธุรกิจหัวใสบางราย รีสอร์ตบางแห่งถึงกับลงทุนปลูกพืชอาหารเพื่อล่อกระทิงออกมาจากป่าให้แขกที่เข้าพักได้ชมและเก็บภาพ หากจะว่าไปแล้ว นี่คงไม่ต่างอะไรกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ที่ให้อาหารกวางป่าบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แม้แต่น้อย

กระทิงฝูงใหญ่ออกมาหากินนอกพื้นที่เขตอนุรักษ์ที่ อ.วังน้ำเขียว
ชาวบ้านใช้ประทัดจุดไล่กระทิงที่ลงมากินมันที่ปลูกไว้

ถนนสาย 3259 พาเรามุ่งตรงสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนฝั่งจังหวัดฉะเชิงทรา ป่าผืนนี้กินพื้นที่ราว 700,000 ไร่ และเป็นต้นสายของแม่นํ้าบางปะกง ที่ไหลผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราและแม่นํ้าประแสร์ในจังหวัดระยอง พื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ เป็นป่าดิบแล้งมีอาณาเขตติดต่อกับห้าจังหวัดภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งได้รับการขนานนามว่าเป็นบ้านหลังเล็กของครอบครัวสัตว์ป่าขนาดใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่าป่าผืนนี้จะเป็นถิ่นอาศัยของช้างป่ามากกว่า 200 ตัว กระทิงและวัวแดงอีกกว่า 100 ตัว ไม่นับรวม สัตว์ป่าชนิดอื่นๆอีกมากปัญหาของป่าผืนนี้อยู่ที่ถนนสาย 3259 ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญระหว่างภาคตะวันออกและภาคอีสาน ถนนสายนี้ผ่ากลางและแยกผืนป่าเขาอ่างฤๅไนออกเป็นสองส่วน ทุ่นเวลาการเดินทางจากเส้นทาง ปกติได้ไม่ตํ่ากว่า 2-3 ชั่วโมง ดังนั้นในฤดูเก็บเกี่ยวถนนสายนี้จึงคลาคลํ่าไปด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ขนผลผลิตทางการเกษตรมาเต็มคันรถ ผลผลิตเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นพืชอาหารที่สัตว์ป่าชื่นชอบ ด้วยเหตุนี้ภาพช้างป่าที่ยกโขยงออกมาขวางทางรถบรรทุกผลผลิตเปิดฉาก "ปล้น" แล้วรุมกินอย่างเอร็ดอร่อยราวกับงานปาร์ตี้จึงมีให้เห็นประจำ หรือแม้แต่กรณีช้างป่าลงมากินพืชผลในไร่ของ เกษตรกรและทำร้ายคนงานจนเสียชีวิตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว มงคล สายฟูวงศ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการรักษาการหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทราบอกกับเราว่า "หากมองในแง่ของการอนุรักษ์แล้ว ถนนถือว่ามีประโยชน์น้อยมาก ประโยชน์อย่างเดียวในแง่มุมอนุรักษ์ของถนนคือใช้เป็นเส้นทางในการตรวจการหรือเส้นทางสัญจรของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ทำให้สะดวกต่อการทำงานมากขึ้น แต่ในทางตรงข้ามก็อาจถูกใช้เป็นเส้นทางที่นำพาอันตรายมาสู่สัตว์ป่าได้ง่ายขึ้นเช่นกัน" อันตรายที่เขาพูดถึงน่าจะ หมายถึงการเข้ามาของบรรดาพรานลักลอบล่าสัตว์และพวกตัดไม้ "โดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่จำเป็น" เขาหมายถึงการมีถนนในเขตป่า "ถึงไม่มีถนนเราก็ต้องเดินลาดตระเวนกันอยู่แล้ว ขึ้นชื่อว่าป่าจะให้ทั่วถึงมันต้องเดินอย่างเดียว การมีถนนนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่างที่จัดการยากกว่า ถนนที่เราใช้คนทั่วไปก็ใช้ นายพรานก็ใช้ การเฝ้าระวังทำได้ยากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมไม่ได้ขัดขวาง โดยเฉพาะอะไรที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าจะสร้างเพิ่มผมไม่เห็นด้วย สร้างถนนกันแต่ละครั้งผลกระทบที่เกิดตามมาเยอะมาก" มงคลบอกเช่นเดียวกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่นี่เกิดอุบัติเหตุรถชนสัตว์ป่าไม่น้อยไปกว่ากัน สถิติหนึ่งแม้ค่อนข้างเก่าแต่น่าสนใจระบุว่า เมื่อปีพ.ศ. 2551 มีสัตว์เสียชีวิตทุกชนิดรวมกันถึง 14,408 ตัว แม้ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขโดยรวมชัดเจน แต่ประเมินว่าจำนวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกรถชนตายบนถนนสายนี้มีไม่ตํ่ากว่าวันละ 3 ตัว มากกว่าการสูญเสียจากการล่าด้วยซํ้า (น่าสงสัยว่าสถิติปัจจุบันของสัตว์ที่ถูกรถชนควรจะลดลงหรือมากขึ้น หากมากขึ้นอาจเป็นเพราะจำนวนรถที่ใช้เส้นทางนี้มีมากขึ้น แต่ถ้า ลดลง อาจเป็นเพราะจำนวนสัตว์ป่าที่เหลือให้รถชนมีน้อยลงก็เป็นไปได้) มาตรการป้องกันโดยปิดถนนห้ามรถยนต์แล่นผ่าน ระหว่างเวลา 18.00 น. ถึง 6.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ค่อนข้างได้ผลดีในระดับหนึ่ง นักอนุรักษ์พยายามเรียกร้องให้ขยายเวลาไปจนกระทั่งถึงปิดถนนสายดังกล่าวเป็นการถาวร ทว่าท่ามกลางข้อพิพาทระหว่างนักอนุรักษ์กับผู้ประกอบการขนส่งและเกษตรกรในท้องถิ่น ดูเหมือนความขัดแย้งระหว่างมนุษย์โดยมี "ถนนสังหาร" สายนี้เป็นเดิมพันจะยังไม่ได้ข้อยุติในเร็ววัน อย่างไรก็ตามใช่ว่าอนาคตของผืนป่าจะสิ้นหวังหรือเลือนรางไปเสียทั้งหมด

รถบรรทุกไม้และผลผลิตการเกษตรหยุดให้เจ้าหน้าที่ตรวจบริเวณด่านบนถนนสาย 3259 ที่ตัดผ่านป่าเขาอ่างฤาไน

จริงอยู่ที่ว่าเราไม่อาจหยุดยั้งการ เพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การรุกป่าโดยพื้นที่เกษตร การขยายตัวของเมืองหรือการตัดถนนใหม่โดยภาครัฐ ทว่ามีอยู่หลายครั้งที่ผมยังมองเห็นความหวังเล็กๆจาก บรรดานักอนุรักษ์ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ และความหวังนี้เองแม้จะไม่ได้ช่วยเพิ่ม แต่อย่างน้อยก็อาจช่วยชะลอให้ผืนป่าหมดช้าลง โลกโซเชียลมีเดียแม้จะรวดเร็วและหลายครั้งฉาบฉวย แต่กลับมีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวอย่างเช่น การเดินรณรงค์คัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์เมื่อไม่นานมานี้ การคัดค้านการขยายช่องทางการจราจรบนถนนธนะรัชต์ หรือแม้กระทั่งการคัดค้านการก่อสร้างจุดชมวิวบริเวณ ผาเดียวดายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขณะที่อีกด้านหนึ่งการเริ่มดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าในเขตอำเภอวังนํ้าเขียวกว่า 400 คดี เป็นความเด็ดขาดแรกๆที่ได้เห็นจากนโยบายของรัฐที่มีต่อผืนป่า

ขบวนเดินเท้าต่อต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์
เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครช่วยกันทำรั้วไฟฟ้าป้องกันกระทิงออกนอกเขตอนุรักษ์

การลดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านรอบพื้นที่อนุรักษ์กับสัตว์ป่าด้วยการจัดตั้งกองทุนชดเชยให้ชาวบ้านที่ถูกสัตว์ป่าบุกเข้ามากินผลผลิตในไร่ ควบคู่ไปกับการสร้างรั้วไฟฟ้าป้องกันสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ อย่างน้อยก็ช่วยรักษาชีวิตสัตว์ป่าและชาวบ้านให้อยู่ร่วมกันได้มากขึ้น ขณะที่โครงการสร้างทางเดินเชื่อมต่อระหว่างผืนป่าสำหรับสัตว์(corridor) บนถนนสาย 304 เพื่อเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่เขาใหญ่-ทับลานเป็นการเพิ่มพื้นที่หากินและป้องกันการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด (inbreeding) ก็กำลังดำเนินไปด้วยความหวังว่าวิทยาศาสตร์จะช่วยฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับมาดีดังเดิม ทุกครั้งที่ผมออกจากป่ากลับสู่เมือง แม้จะอยู่ห่างไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตรหรือใกล้เพียงแค่ได้กลิ่นไอดิน จากป่าลอยมาตามลม ผมเชื่อเสมอว่าเราทุกคนล้วนมีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แน่นอน ผมไม่ได้พูดในฐานะผู้เสียสละหรือมีจิตใจอนุรักษ์เข้มข้น แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ห่วงใยในความอยู่รอดของพวกเราเองเท่านั้น

เรื่อง : ยศธร ไตรยศ / ภาพ : ชลิต สภาภักดิ์

เมืองล้อมป่า ตีพิมพ์ในนิตยสาร National Geographic Thailand ฉบับที่ 153 เดือนเมษายน 2557

Comments


© 2020 by The Countryman , Thailand.

bottom of page