top of page

Wild honey : คน ผึ้ง ป่า

Unnamed Flowers

  • Writer: Chalit Saphaphak
    Chalit Saphaphak
  • Nov 21, 2020
  • 1 min read

Updated: Nov 26, 2020

เจ้าดอกไม้ไร้ชื่อ


แม่น้ำสาละวิน...

เรือแล่นทวนแม่น้ำสาละวินขึ้นไปทางเหนือราวหนึ่งชั่วโมง ผ่านบ้านท่าตาฝั่ง เข้าสู่เขตการปกครองของรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายผู้พลัดถิ่นภายในรัฐขนาดใหญ่ มีประชากรกว่าสี่พันคน ถูกตัดขาดความช่วยเหลือจากองค์กรต่างๆตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งเป็นแผนงานหนึ่งในกระบวนการสันติภาพที่พยายามผลักดันให้พวกเขากลับไปถิ่นฐานดั้งเดิม เรื่องราวความยากลำบากของค่ายผู้ลี้ภัยถูกถ่ายทอดออกมามากมายในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มากพอๆกับเรื่องของปฏิบัติการกวาดล้างและการทำศึกสงครามของทหารพม่าต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ

ความไม่สงบและไม่น่าไว้วางใจปฏิบัติการทางทหารของพม่าเป็นเหตุผลให้ผู้ลี้ภัยไม่กล้ากลับไปพื้นที่ดั้งเดิมของตนเอง หากทหารพม่าถอนกำลังออกไป แต่ก็ยังมีกับระเบิดอีกจำนวนมากที่ต้องเคลียร์ออกจากพื้นที่ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี จึงทำให้ผู้ลี้ภัยยังคงปักหลักอยู่ในค่ายแม้ความเป็นอยู่จะยากลำบากแต่ก็ดีกว่ากลับไปแล้วต้องเสี่ยงตาย


อิตูท่า...

สนามฟุตบอลในตอนเย็นเต็มไปด้วยเด็กหนุ่ม ส่วนใหญ่เท้าเปล่า มี 2-3 คนที่ใส่สตั๊ดสีฉูดฉาด เด็กสาวใส่เสื้อลายดอกไม้สีสันสดใสเดินหาบน้ำจากลำห้วยไปใช้ในบ้านไม้ไผ่หลังเล็ก เด็กน้อยอายุราว 5 ขวบสะพายน้องที่ยังเดินไม่ได้ไว้ข้างหลัง เด็กอีกกลุ่มนั่งเล่นกีต้าร์พร้อมกับนักขับร้องประสานเสียงเป็นบทเพลงภาษาปกาเกอะญอ ข้างหลังหอพักมีนักตะกร้อเท้าเปล่าวาดลวดลายหวดลูกตะกร้อหลวมกรอบบนสนามดินชื้นแฉะ

ค่ายผู้พลัดถิ่นในหุบเขาริมแม่น้ำสาละวินแห่งนี้ เต็มไปด้วยเด็ก วัยรุ่น หนุ่มสาว วัยที่ความฝันโลดแล่นอยู่รอบตัวเขา ชีวิตอันไร้เสรีภาพกักขังความคิดความฝันเหล่านั้นไว้ในหุบเขาแห่งนี้

บางคนเกิดที่นี่ บางคนหนีตามพ่อแม่มาที่นี่ และมีบางคนโดดเดี่ยวอยู่ที่นี่เพราะสูญเสียพ่อแม่ไประหว่างลี้ภัยสงคราม

โรงครัวมุงหลังคาด้วยใบตองตึงฝาผนังเป็นไม้ไผ่ ข้างในมีโต๊ะกินข้าวยาวสองฝั่ง กองฟืนและเตาที่ทำจากหินสามเส้า นี่เป็นสถานที่ประกอบอาหารเลี้ยงเด็กๆที่อยู่ในหอพักซึ่งมาอาศัยรวมกัน


มื้อเย็นวันนั้นมีเกี๊ยวน้ำและขนมปังหน้าหมูทอดที่คณะบริจาคร่วมกันทำกับเด็กๆ มันเป็นมื้ออาหารที่เอร็ดอร่อยและสนุกสนานของพวกเขา เป็นภาพความจริงของผู้คนในโลกใบเดียวกันกับเราที่ไม่เคยกินอาหารแบบเดียวกันกับเรา


อูแวโกล...

เรือจอดเทียบหาดทรายเล็กๆหลังแล่นทวนน้ำสาละวินขึ้นมาจากค่ายอิตูท่าราวหนึ่งชั่วโมง เด็กๆจากอิตูท่าช่วยกันแบกของส่วนแบ่งจากผู้บริจาคมาให้เด็กๆที่ค่ายอูแวโกลซึ่งขยายมาจากอิตูท่า พวกเขาเดินไปตามลำห้วยซึ่งเต็มไปด้วยโขดหินสูง พื้นที่ส่วนใหญ่ของทั้งสองค่ายเป็นหิน ชาวบ้านจึงไม่สามารถทำการเกษตรหรือทำไร่หมุนเวียนตามวิถีดั้งเดิมได้ ซึ่งทำให้ขาดแคลนอาหารโดยเฉพาะข้าวสาร

ห้องเรียนไม้ไผ่แบ่งเป็นสองฝั่ง คั่นกลางด้วยโขดหินขนาดใหญ่ พื้นห้องเรียนเป็นดินและโขดหินตะปุ่มตะป่ำ โต๊ะเรียนและม้านั่งเป็นไม้ บนกระดานดำครูกำลังเขียนภาษากะเหรี่ยงให้เด็กๆอ่านตาม ครูผู้หญิงแทบทุกคนสะพายลูกไว้ในอกระหว่างสอน ลูกน้อยของครูหลับสนิทเหมือนรู้ว่าแม่กำลังทำหน้าที่อยู่ เด็กโตเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษของเด็กที่นี่อยู่ในระดับดีมาก ฝาผนังของห้องเรียนห้องหนึ่งมีภาพวาดกระบวนการทำไร่หมุนเวียนของกะเหรี่ยงติดไว้ ซึ่งนี่อาจเป็นความฝันของการได้กลับบ้านไปทำมาหากินตามปกติของพวกเขา


การเรียนการศึกษาคือสิ่งสำคัญของเด็กๆ การใช้ชีวิตในค่ายผู้ลี้ภัยปิดกั้นความรู้อีกมากมายจากโลกภายนอก และนั่นหมายถึงการกักขังบุคลากรที่อาจมีคุณค่ามากต่อโลกนี้ก็ได้....

สายน้ำและธรรมชาติอันงดงามห่มคลุมปกปิดคราบเลือดรอยน้ำตาไว้มากมาย เราหวังว่าสักวันความสงบร่มเย็นริมฝั่งสาละวินจะเกิดขึ้น แม้ชีวิตคนเราจะไม่ได้ยืนยาวอะไรนัก แต่มันก็ไม่สั้นพอที่จะสิ้นหวังตลอดไป

เรื่องและภาพ : ชลิต สภาภักดิ์

Comments


© 2020 by The Countryman , Thailand.

bottom of page